ระยะหลังมานี้เดินทางคนเดียวตลอด
อย่างที่เคยบอกไปแล้ว
ทุกอย่างก็ปกติดี
มีเหตุการณ์ว่าคุยกับคนเก็บเงินไม่รู้เรื่องบ้างไปตามประสา ให้ตื่นเต้นเล็กๆกันไป
แต่ก็โอเค ไม่ได้มีอะไรร้ายแรง
แต่แล้วเช้าวันนี้ ก็มีเรื่องจนได้หน่ะ
--
วันนี้รถเมล์โล่งกว่าปกติเล็กน้อยถึงปานกลางคะ
ก็ตามนิสัย เลือกเดินไปนั่งข้างหลัง
เพราะรู้สึกปลอดภัยจากข้างหลังอ่ะ
(กรณีจะโดนแอทแทคหรืออะไรจากข้างหลัง
--- อีนี่โรคจิตอ่อนๆ)
พนักงานก็เดินมาเก็บเงินตามปกติค่ะ
ก็จ่ายเงินไปตามปกติค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร
พนักงานเค้าก็เก็บจากเราก่อนคนแรก
เริ่มจากท้ายรถ ไปหน้ารถ
เราก็ไม่ได้สนใจอะไร
จ่ายเสร็จก็มองนกชมไม้ ทำเอ็มวีไปเรื่อย
พอหันกลับมามองความเป็นไปในรถอีกที
ก็เห็นว่ากระเป๋าเก็บเงินเสร็จแล้ว กะลังเดินกลับมาที่ท้ายรถ
พร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ ว่าแล้วก็หย่อนก้นลงบนเบาะแถวข้างๆ
เริ่มสังหรณ์ได้ถึงอะไรบางอย่างคะ
แล้วมันก็เริ่มชวนคุยคะ
--
ถึงจะบอกว่าคนฟิลิปปินส์กว่า 95%
สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี (กว่าบ้านเรา...ประมาณหนึ่ง)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงมะนิลา
แต่สงสัยวันนี้จะซวยซ้อนมาเจอไอ่ส่วน 5%
หว่ะคะ
--
จำไม่ได้แล้วว่าคุยอะไรไปบ้าง
แต่เลาว่าๆ โดนถามว่า
“Schooling?” ไปประมาณ ๓ รอบ
กูก็ตอบไปแล้วไงสาดดดดดด ว่ากูไปทำงาน
Listening comprehension เป็นศูนย์นะคะ นักเรียน
แล้วก็มีโมเม้นท์ที่มันเงียบไปสักพักคะ
แล้วอยู่ดีดีมันก็โผล่งขึ้นมาว่า
“One more?”
ห้ายยยย วันมอร์อะรายของเมิงคะ?
“One more? What do u mean?”
ไม่มีคำตอบกลับมาจากบุคคลดังกล่าว
แต่มันกลับ “อืมมม”
พร้อมพยักหน้าหงึกหงักๆๆ เข้าใจเองอยู่คนเดียว
....
บอกตรงๆ
รู้สึกเหมือนโดนกวนตีนจากคนบ้าอยู่คะ
จะประสาทตาย!!!
พอรถมาใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง
(แอบตะโกนอยู่ในใจคนเดียวว่า “กูรอดแล้ว!!”
พร้อมชูกำปั้นทั้งสองขึ้นฟ้าสุดแขน!!)
ชายคนดังกล่าวก็บอก
“ขอเบอร์หน่อยดิ”
อร๊ายยยย ผู้ชายขอเบอร์~~~
“แหะแหะ ไม่เป็นไรคะ”
“ขอไม่ได้หรอ?”
((เออ สิวะ!!))
“งั้นๆ เอาเบอร์เราไปแทน”
“ฮ่าๆๆๆ ไม่เปนไร ไม่มีเวลาโทรหรอก”
ยังไม่พอคะ ... คนเดียวมันยังไม่สะใจ
มีผู้ช่วยกระเป๋า (แต่แก่กว่าเยอะ)
เดินมาสมทบช่วยกันรุม
-*-
ห่านนนนจิงๆ
คุณลุงมาแรงกว่าหลานนี่อีกคะ ...
แกไม่ขอปากเปล่า แต่แกยื่นมือถือแกมาให้กดเบอร์เลย
สงสัยกลัวจะหลุดประเด็นว่า “นี่ขอเบอร์จริงๆนะ
ไม่ใช่ขอเบอร์หวยแต่อย่างใด”
พ่อแม่พี่น้องคะ... ปล่อยหนูลงไปเถอะคะ TT_______TT
แล้วก็เดชะบุญ คุณพระคุ้มครองคะ
ถึงที่หมายพอดี
แต่พอลงจากรถมาได้ ... ก็เจอเพื่อนคะ
--- ลีเซลผู้น่ารัก ที่เพิ่งย้ายบ้านมาอยู่แถวคอนโด
ผู้ร่วมเดินทางในบางครั้ง
ที่โชคดีมาถึงท่ารถพร้อมกัน
พอเล่าให้ฟัง ... คุณเพื่อนก็บอกว่า “ได้ยินแล้วหล่ะ”
“ห๊ะ????? อย่าบอกนะ ว่ามาคันเดียวกัน?”
“(ยิ้มกลั้นหัวเราะ) อืมม
แต่นั่งอยู่ข้างหน้า”
กรี๊ดดดดดด เพื่อนช้านนนนน
ไม่มีจะช่วยกันเลย...
ซึ้งแล้วน้ำใจสาวฟิลิปปินส์ Y---Y
--
เหนื่อยตั้งแต่เช้าเลยหว่ะ
แล้วพอสายๆ
ก็มีแผนว่าจะต้องไปเซอร์เวย์ที่ต่างจังหวัด
รอแล้วรอเล่า
ตั้งกะสิบโมง...
สิบเอ็ดโมง...
เที่ยง...
เที่ยงครึ่ง..
บ่ายโมงก็แล้ว ...
ออกจริง บ่ายโมงครึ่งคะ
แร๊งงงง!!!
พอละ วันนี้ เหนื่อยย