Day 166 - the last project

posted on 09 Aug 2009 01:39 by bubblebird

ได้โปรเจคสุดท้ายมาทำคะ

 

เป็น Marketing Plan  เหมือนจะยาก แต่ก็ไม่ง่าย

เอ๊ะ ยังไง??

 

สิ่งสำคัญคือ ข้อมูล ค่ะ ..

ไม่มีปัญญาทำได้เองเลย ถ้าไม่มีข้อมูล

ทั้งข้อมูลสภาพแวดล้อมทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา

แล้วยังมีข้อมูลของสินค้าเอง ของคู่แข่งอีก

 

ก็ต้องส่งเมวไปถามคุณพี่ที่เมืองไทยกันไป

ถามวิกิพีเดีย แบลคเกิ้ลกันไป

 

หึ่มมมมม

 

และด้วยความที่เหมือนจะเหนื่อยๆ เนือยๆ (และขี้เกียจ) มานาน

ตกเย็นกลับถึงห้องก็นอนเลยคะ

ตั้งกะหกโมงครึ่ง ... ตื่นมาสองทุ่ม อาบน้ำ เปลี่ยนชุด แล้วก็นอนต่อ

 

แน่นอนจริงๆ

ชิวเล็กๆนะวันนี้

ได้ตื่นสายกว่าปกติครึ่งชั่วโมง...(แค่นั้นก็ดีใจมากมายแล้ววว TTvTT)

 

ค่อยๆกินข้าวเช้า แล้วก็เดินทางออกจากที่พัก มุ่งหน้ากลับเมืองหลวงกัน

 

พอตกเย็น ก็พาคุณพี่ที่มาจากไทยไปช้อปปิ้ง

หาของให้ตัวเค้าเองบ้าง

ลูกชายบ้าง

แฟนบ้างไปตามประสา

 

สนุกดีนะ ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่มีปัญญาช้อปปิ้ง แต่การได้ยุยงให้คนจับจ่ายนี่มันก็สะใจดีเหมือนกัน

ฮ่าๆๆๆๆ

 

 

มีเรื่องกับแท๊กซี่อีกแล้ว ....

บอกว่าจะไป เดลาโรซ่า

แม่มจะไปส่งกูที่ เดลาโครซ่า ซะงั้นอ่ะ!!

ดีนะ ที่สองถนนนี้มันไม่ได้ไกลกันมาก ... ไม่งั้นคงกลับบ้านกันไม่ถูกแน่เลย

เหอเหอ

 

ประทับใจจริงๆ กับแท๊กซี่ที่มะนิลานี่

ระยะหลังมานี้เดินทางคนเดียวตลอด อย่างที่เคยบอกไปแล้ว

ทุกอย่างก็ปกติดี มีเหตุการณ์ว่าคุยกับคนเก็บเงินไม่รู้เรื่องบ้างไปตามประสา ให้ตื่นเต้นเล็กๆกันไป

แต่ก็โอเค ไม่ได้มีอะไรร้ายแรง

 

แต่แล้วเช้าวันนี้ ก็มีเรื่องจนได้หน่ะ

 

--

 

วันนี้รถเมล์โล่งกว่าปกติเล็กน้อยถึงปานกลางคะ

 

ก็ตามนิสัย เลือกเดินไปนั่งข้างหลัง เพราะรู้สึกปลอดภัยจากข้างหลังอ่ะ

(กรณีจะโดนแอทแทคหรืออะไรจากข้างหลัง --- อีนี่โรคจิตอ่อนๆ)

พนักงานก็เดินมาเก็บเงินตามปกติค่ะ

ก็จ่ายเงินไปตามปกติค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร

พนักงานเค้าก็เก็บจากเราก่อนคนแรก เริ่มจากท้ายรถ ไปหน้ารถ

เราก็ไม่ได้สนใจอะไร จ่ายเสร็จก็มองนกชมไม้ ทำเอ็มวีไปเรื่อย

 

พอหันกลับมามองความเป็นไปในรถอีกที ก็เห็นว่ากระเป๋าเก็บเงินเสร็จแล้ว กะลังเดินกลับมาที่ท้ายรถ พร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ ว่าแล้วก็หย่อนก้นลงบนเบาะแถวข้างๆ

 

เริ่มสังหรณ์ได้ถึงอะไรบางอย่างคะ

 

แล้วมันก็เริ่มชวนคุยคะ

 

--

 

ถึงจะบอกว่าคนฟิลิปปินส์กว่า 95% สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี (กว่าบ้านเรา...ประมาณหนึ่ง) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงมะนิลา

แต่สงสัยวันนี้จะซวยซ้อนมาเจอไอ่ส่วน 5% หว่ะคะ

 

--

 

จำไม่ได้แล้วว่าคุยอะไรไปบ้าง

แต่เลาว่าๆ โดนถามว่า

“Schooling?” ไปประมาณ ๓ รอบ

กูก็ตอบไปแล้วไงสาดดดดดด ว่ากูไปทำงาน

Listening comprehension เป็นศูนย์นะคะ นักเรียน

 

แล้วก็มีโมเม้นท์ที่มันเงียบไปสักพักคะ

 

แล้วอยู่ดีดีมันก็โผล่งขึ้นมาว่า

 

“One more?”

ห้ายยยย วันมอร์อะรายของเมิงคะ?

“One more? What do u mean?”

ไม่มีคำตอบกลับมาจากบุคคลดังกล่าว

แต่มันกลับ อืมมม พร้อมพยักหน้าหงึกหงักๆๆ เข้าใจเองอยู่คนเดียว

 

....

 

บอกตรงๆ รู้สึกเหมือนโดนกวนตีนจากคนบ้าอยู่คะ

จะประสาทตาย!!!

 

 

พอรถมาใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง

(แอบตะโกนอยู่ในใจคนเดียวว่า กูรอดแล้ว!!” พร้อมชูกำปั้นทั้งสองขึ้นฟ้าสุดแขน!!)

ชายคนดังกล่าวก็บอก

ขอเบอร์หน่อยดิ

อร๊ายยยย ผู้ชายขอเบอร์~~~

แหะแหะ ไม่เป็นไรคะ

ขอไม่ได้หรอ?

((เออ สิวะ!!))

งั้นๆ เอาเบอร์เราไปแทน

ฮ่าๆๆๆ ไม่เปนไร ไม่มีเวลาโทรหรอก

 

ยังไม่พอคะ ... คนเดียวมันยังไม่สะใจ

มีผู้ช่วยกระเป๋า (แต่แก่กว่าเยอะ) เดินมาสมทบช่วยกันรุม

-*-

ห่านนนนจิงๆ

คุณลุงมาแรงกว่าหลานนี่อีกคะ ... แกไม่ขอปากเปล่า แต่แกยื่นมือถือแกมาให้กดเบอร์เลย

สงสัยกลัวจะหลุดประเด็นว่า นี่ขอเบอร์จริงๆนะ ไม่ใช่ขอเบอร์หวยแต่อย่างใด

 

พ่อแม่พี่น้องคะ... ปล่อยหนูลงไปเถอะคะ  TT_______TT

 

แล้วก็เดชะบุญ คุณพระคุ้มครองคะ

ถึงที่หมายพอดี

 

แต่พอลงจากรถมาได้ ... ก็เจอเพื่อนคะ --- ลีเซลผู้น่ารัก ที่เพิ่งย้ายบ้านมาอยู่แถวคอนโด

ผู้ร่วมเดินทางในบางครั้ง ที่โชคดีมาถึงท่ารถพร้อมกัน

พอเล่าให้ฟัง ... คุณเพื่อนก็บอกว่า ได้ยินแล้วหล่ะ

ห๊ะ????? อย่าบอกนะ ว่ามาคันเดียวกัน?

(ยิ้มกลั้นหัวเราะ) อืมม แต่นั่งอยู่ข้างหน้า

กรี๊ดดดดดด เพื่อนช้านนนนน ไม่มีจะช่วยกันเลย...

 

ซึ้งแล้วน้ำใจสาวฟิลิปปินส์ Y---Y

 

--

เหนื่อยตั้งแต่เช้าเลยหว่ะ

 

แล้วพอสายๆ ก็มีแผนว่าจะต้องไปเซอร์เวย์ที่ต่างจังหวัด

รอแล้วรอเล่า

ตั้งกะสิบโมง...

สิบเอ็ดโมง...

เที่ยง...

เที่ยงครึ่ง..

บ่ายโมงก็แล้ว ...

 

 

 

ออกจริง บ่ายโมงครึ่งคะ

 

 

แร๊งงงง!!!

 

 

พอละ วันนี้ เหนื่อยย

Day 163 - (a) m u s e

posted on 09 Aug 2009 01:34 by bubblebird

ย้อนกลับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

 

--

 

คุณอาในออฟฟิศ (คนละแผนก) เดินมาหาที่ที่โต๊ะ

เด๋วที่นี่เค้าจะมีทัวร์นาเม้นท์แข่งบาสภายในกัน มาเป็น amuse ให้ทีมอาได้มั้ย? เนี่ย วิลเลี่ยม(เพื่อนในออฟฟิศ)ก็อยู่ทีมนี้เหมือนกัน

 

สิ่งที่อยู่ในหัวตอนนั้น เฮ้ยย amuse คือไรวะ?? งืมม คงเหมือนเปนมาสคอตมั้ง ใส่ชุด ฮาๆ ขำๆ กันไป อาคนนี้เค้าก็คงอยู่ด้วยกันหลายคน น่าลองๆๆ

 

อืมม ได้เลยคะ ไม่มีปัญหา

 

--

 

ย้อนกลับไปอีกทีเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

 

--

ข้อความจากวิลเลี่ยม

 

เป็นยังไง เตรียมตัวเป็น amuse บ้างรึยัง?

ยังไม่รู้เลยว่าต้องทำไรบ้างอ่ะ

ไม่ต้องไรเล่ยย แค่ไปยืนยิ้มเฉยๆ

แค่นั้นเองหรอ????

 

ตกลงไอ่อะมิ้วส์นี่มันคือไรวะ??

 

--

 

วันนี้เวลาบ่ายสอง คุณอาคนเดิมเดินมาที่โต๊ะ พร้อมยื่นถุงพลาสติคมาให้

อ่ะ ยูนิฟอร์ม

 

 ^______^

 

แต่พอเปิดดูชุด ...

 

O_______o”|||||

 

ใช่หรอคะ???

ใช่สิ ชุดนี้แหละ ดูสิ ว่าพอดีมั้ย?

 

คือมันเป็นชุด เหมือนชุดพละสมัยประถมอ่ะ

เป็นผ้าเหมือนชุดบาส (ซีทรู!!) เสื้อขนาดพอดีเปรี๊ยะ!! กับกางเกงขาสั้น

 

เฮ่ยยยยๆๆๆๆๆๆ

 

นี่หน่ะหรือคือ amuse ที่ว่า???

 

ด้วยความสงสัยจัด เลยจัดการเปิดดิค (สิ่งที่น่าจะทำตั้งนานแล้ว)

 

เพื่อนผู้แสนใจดีก็เดินมาเห็น ก็บอกว่า

“ “muse” นะ ไม่ใช่ “amuse” ”

 

Muse (มยูส) n.

เทพธิดา มยูส เก้าองค์ รวมเรียกว่า the Muses ผู้ดลใจให้ความคิดแก่นักศิลปะ

 

อืมมมม

 

อืมมมมมมม

 

อื้มมมมมมมมมม

 

เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

 

อยากจะร้องไห้สักสามรอบ

แต่ด้วยสปิริต รับปากไว้แล้ว ต่อให้อายแค่ไหนก็ต้องปฏิบัติหน้าที่นางงามต่อไป ... ทั้งน้ำตา

สวยๆคะ

 

ก็ไม่ได้ทำอะไร จริงๆ ทีมบาสทั้งหมดแปดทีม ... มี เทพธิดา อยู่ทีมเดียว เด่นๆ เกิดๆ สวยๆกันไป

(สวยท่ามกลางหมู่ชายฉกรรจ์)

ไปยืนยิ้ม ถือป้ายชื่อทีม พอห้าโมงก็บอก พี่ต้องไปแล้วหว่ะ มีงานต้องวิ่งรอก

 

เพราะวันนี้ต้องออกไปทำเซอร์เวย์ข้างนอกอีกแล้วคะ

 

คุณพี่จากเมืองไทยที่มาเมื่อเดือนมีนามาอีกรอบ

กับคุณญี่ปุ่นสองคน

 

เป็นวันที่...เหนื่อยดีจิงๆ

กว่าจะเสร็จก็...ห้าทุ่มตามขนบ

 

เอเมน เอมยุส~

Day 162 - continued

posted on 09 Aug 2009 01:33 by bubblebird

บางทีก็สงสัยนะ .. ตอนนี้กูอยู่ตำแหน่งไรวะ??

 

บางทีก็มาร์เกตติ้ง

บางทีก็ยังเป็นล่าม

 

ฮ่าๆๆ งงดี

 

วันนี้น่าจะได้รางวัลลูกค้าสตาร์บัคส์ดีเด่น

เล่นนั่งตั้งกะบ่ายโมง

ออกจากร้านอีกทีก็ทุ่มนึง...

 

จนไม่รู้จะสั่งอะไร

การนั่งทำงานในร้านกาแฟนี่มันเปลืองเนอะ

แต่ถ้าทำในห้อง มันก็ไม่พ้นเลื้อยไปนอนทำบนเตียง.. แล้วก็ไปเฝ้าพระอินทร์ตามขนบ

 

เกิดเป็นคนเลือดกรุ๊ปโอ (ที่ขึ้นชื่อเรื่องขี้ชิว) นี่มันลำบากเนอะ

 

 

แต่กระนั้น... งานก็ยังไม่เสะ

ออกจากสตาร์บัคส์ทุ่มนึง ก็เดินเข้าแมคต่อ

เพราะหิว ... หาอะไรหนักๆกิน

กินไปทำไป....

ก็ยังไม่เสะ

 

(suffer ชิบหาย)

 

แต่ไม่ไหวละ

พี่ขอลา